เคยคิดไหมว่า หากวันหนึ่งไม่มีเงินเดือนเข้าบัญชี เราจะมีเงินเพียงพอสำหรับใช้ชีวิตหลังเกษียณไปอีกกี่ปี?
โดยเฉพาะคนวัยทำงานอายุ 40–50 ปี ที่เริ่มเข้าใกล้วัยเกษียณ การเตรียมเงินไว้ใช้ในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีค่ารักษาพยาบาล เงินเฟ้อ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
แล้ว วางแผนเกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่? ต้องเก็บเงินกี่บาทถึงจะพอ และประกันบำนาญช่วยเตรียมรายได้หลังเกษียณ พร้อมลดหย่อนภาษีได้อย่างไร? มาลองคำนวณและวางแผนไปพร้อมกัน
1. วางแผนเกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่? ลองคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อเดือน
เงินเกษียณที่เพียงพอสำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิต ภาระครอบครัว สุขภาพ และระยะเวลาที่ต้องการเตรียมเงินไว้ใช้หลังหยุดทำงาน
ตัวอย่างเช่น หากเกษียณตอนอายุ 60 ปี และต้องการเตรียมเงินไว้ใช้จนถึงอายุ 90 ปี เท่ากับต้องมีเงินรองรับค่าใช้จ่ายอีก 30 ปี
ลองดูตารางคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้น
| ค่าใช้จ่ายต่อเดือน | เกษียณ 25 ปี | เกษียณ 30 ปี | เกษียณ 35 ปี |
|---|---|---|---|
| 15,000 บาท | 4.5 ล้านบาท | 5.4 ล้านบาท | 6.3 ล้านบาท |
| 20,000 บาท | 6 ล้านบาท | 7.2 ล้านบาท | 8.4 ล้านบาท |
| 25,000 บาท | 7.5 ล้านบาท | 9 ล้านบาท | 10.5 ล้านบาท |
| 30,000 บาท | 9 ล้านบาท | 10.8 ล้านบาท | 12.6 ล้านบาท |
จะเห็นว่า หากต้องการใช้เงินหลังเกษียณเดือนละ 20,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี จะต้องมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 7.2 ล้านบาท
แต่ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนทั้งหมดนี้ด้วยตัวเองเสมอไป เพราะอาจมีเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินออม หรือเงินบำนาญจากแหล่งอื่นมาช่วยรองรับค่าใช้จ่าย
2. วิธีคำนวณเงินเกษียณ ต้องเผื่อเงินเฟ้อด้วยหรือไม่?
การคำนวณเงินเกษียณเบื้องต้นสามารถใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้
เงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ = ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × 12 × จำนวนปีหลังเกษียณ
ตัวอย่าง หากต้องการใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี
20,000 × 12 × 30 = 7,200,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ เงินเฟ้อ เพราะเงิน 20,000 บาท ในวันนี้ อาจมีมูลค่าไม่เท่ากับเงิน 20,000 บาท ในอนาคต
หากสมมติว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2% ต่อปี ค่าใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท ในวันนี้ อาจเพิ่มเป็นประมาณ 36,000 บาทต่อเดือน ในอีก 30 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาระดับการใช้ชีวิตใกล้เคียงเดิม
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการจำลองจากสมมติฐาน ไม่ใช่การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจริง
ดังนั้น การวางแผนเกษียณที่ดีควรพิจารณาทั้งเงินออมที่มีอยู่ เงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และรายได้ที่จะได้รับหลังเกษียณ เพื่อให้มีเงินเพียงพอตลอดช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงาน
3. ประกันบำนาญช่วยวางแผนเกษียณอย่างไร?
เมื่อรู้แล้วว่าต้องใช้เงินหลังเกษียณเท่าไหร่ คำถามต่อมาคือ จะเตรียมเงินอย่างไรให้มีรายได้สำหรับใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง?
ประกันบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่ช่วยวางแผนรายได้หลังเกษียณ โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินบำนาญให้ตามช่วงอายุ จำนวนเงิน และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ข้อดีของการมีประกันบำนาญ ได้แก่
- วางแผนรายได้หลังเกษียณได้ล่วงหน้า ทราบกำหนดเวลารับเงินบำนาญตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ช่วยบริหารเงินเกษียณ มีเงินบำนาญเป็นอีกแหล่งรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- เลือกรูปแบบการจ่ายเบี้ยให้เหมาะกับตัวเอง เช่น จ่ายเบี้ยระยะสั้น หรือทยอยจ่ายจนถึงอายุที่กำหนด
- ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สำหรับประกันบำนาญที่เข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร
ประกันบำนาญจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมแผนเกษียณ ควบคู่กับเงินออม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้จากแหล่งอื่น โดยควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายและความสามารถในการชำระเบี้ยของตนเอง
4. ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประกันบำนาญเป็นทางเลือกสำหรับคนวัยทำงาน คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ช่วยให้สามารถวางแผนเตรียมเงินเกษียณควบคู่กับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดยเบี้ยประกันบำนาญที่เข้าเงื่อนไขสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 300,000 บาทต่อปี ภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญดังนี้
100,000 บาทแรก ใช้สิทธิหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต (อ้างอิงประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172)
200,000 บาทหลัง สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน (อ้างอิงประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 194 และฉบับที่ 462) ทั้งนี้เมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน / กอช. / RMF แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท (อ้างอิงกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร)
ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหา ประกันบำนาญลดหย่อนภาษี การพิจารณาทั้งรายได้ที่ต้องการหลังเกษียณและสิทธิภาษีที่เหลืออยู่ จะช่วยให้เลือกแบบประกันได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
5. เลือกประกันบำนาญ OCEAN LIFE ไทยสมุทร แบบไหนดี?
สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมเงินใช้หลังเกษียณ พร้อมวางแผนลดหย่อนภาษี OCEAN LIFE ไทยสมุทร มีแบบประกันบำนาญให้เลือกตามช่วงอายุและรูปแบบการชำระเบี้ย
| เหมาะสำหรับ | แบบประกัน | จุดเด่น |
|---|---|---|
| คนที่ยังอยู่ในวัยทำงาน อยากเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ |
โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ รีไทร์ 90/5อายุรับประกันภัย 20 - 50 ปี |
|
| โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ รีไทร์ 90/55อายุรับประกันภัย 20 - 50 ปี |
|
|
| โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ รีไทร์ 90/60อายุรับประกันภัย 20 - 55 ปี |
|
|
| คนที่เกษียณแล้ว อยากเตรียมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ |
โอเชี่ยนไลฟ์ ซีเนียร์ รีไทร์ 99/5อายุรับประกันภัย 46 - 65 ปี |
|
นอกจากนี้ แบบประกันบำนาญของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังมีจุดเด่นเรื่อง เงินบำนาญปีแรกสูงถึง 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เปรียบเสมือนการได้รับเงินก้อนเพื่อต้อนรับวัยเกษียณ ก่อนรับเงินบำนาญต่อเนื่องตามเงื่อนไขกรมธรรม์ อีกทั้งยัง สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องแถลงสุขภาพ ในกรณีที่ไม่ขอทำสัญญาเพิ่มเติม
ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบอายุรับประกันภัย ระยะเวลาชำระเบี้ย อายุเริ่มรับบำนาญ ผลประโยชน์ และความสามารถในการชำระเบี้ยให้เหมาะกับตนเอง
ดูรายละเอียดและเปรียบเทียบประกันบำนาญ OCEAN LIFE ไทยสมุทร
6. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันบำนาญและการวางแผนเกษียณ
ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไหร่?
เบี้ยประกันบำนาญที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด
อายุ 50 ปี เริ่มทำประกันบำนาญทันไหม?
ยังสามารถพิจารณาทำประกันบำนาญได้ หากอายุอยู่ในเกณฑ์รับประกันภัยของแบบประกันที่สนใจ ควรเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยและอายุเริ่มรับบำนาญให้เหมาะกับแผนเกษียณของตนเอง
ประกันบำนาญกับประกันสะสมทรัพย์ ต่างกันอย่างไร?
- ประกันบำนาญเน้นการจ่ายเงินบำนาญตามช่วงอายุตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยวางแผนรายได้หลังเกษียณ
- ประกันสะสมทรัพย์เน้นการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตเพื่อเป้าหมายทางการเงินในช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมความคุ้มครองชีวิต
ดังนั้นจึงควรเลือกทำประกันให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ทางการเงิน
มีเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว จำเป็นต้องทำประกันบำนาญหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับความเพียงพอของเงินเกษียณที่มีอยู่ หากเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเงินออมยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ประกันบำนาญอาจเป็นอีกทางเลือกในการเสริมรายได้หลังเกษียณได้
เริ่มวางแผนเกษียณวันนี้ เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มั่นใจมากขึ้น
การวางแผนเกษียณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนใหญ่ แต่ควรเริ่มจากการรู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ มีเงินออมอยู่แล้วเท่าไหร่ และยังต้องเตรียมเพิ่มอีกมากน้อยเพียงใด
ยิ่งเริ่มวางแผนเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมเงินและเลือกรูปแบบการออมที่เหมาะสม โดย ประกันบำนาญ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยวางแผนรายได้หลังเกษียณ พร้อมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด
อยากมีเงินใช้หลังเกษียณ พร้อมวางแผนลดหย่อนภาษี?
เลือกประกันบำนาญ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ที่เหมาะกับเป้าหมายชีวิตของคุณ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่หยุดทำงาน และใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นใจ
สนใจประกันบำนาญ OCEAN LIFE ไทยสมุทร คลิกดูรายละเอียด
ข้อควรทราบ
การรับประกันภัยเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องแจ้งความประสงค์และยินยอมให้บริษัทนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตให้กรมสรรพากร
- ข้อมูลในเอกสารนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย/ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจในรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้น ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้วโปรดศึกษาเพิ่มเติม